พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงขณะขับ รถกระบะรับจ้าง

พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงขณะขับ รถกระบะรับจ้าง พฤติกรรมหลายๆ อย่างที่คนทำขณะขับรถ อย่างขับรถมือเดียว หยิบของ แต่งหน้า รับโทรศัพท์ หลายๆ อย่างเป็นสิ่งที่เราคุ้นชินกันจนนึกว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้อันตรายอะไร แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน เราลองมาดูกันครับว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้างที่เราควรเลี่ยงขณะขับรถ

1. คุยโทรศัพท์ / แชท
โทรศัพท์ขณะขับรถเป็นเรื่องปกติที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่พฤติกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุบัติเหตุ เพราะการขับรถต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้ง การมอง การฟัง การทรงตัว เมื่อมีการพูดโทรศัพท์สมองจะคิดแต่เรื่องที่กำลังสนทนา จึงทำให้ความสามารถในการขับลดลง แม้ว่าจะแก้ปัญหาโดยการใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีก็ยังมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ใกล้เคียงกัน นอกจากการคุยโทรศัพท์แล้ว ทุกวันนี้การใช้โปรแกรมคุยหรือแชทในโทรศัพท์มือถือเป็นที่นิยมมาก ไม่เว้นแม้ขณะขับรถก็มีหลายคนขับไปพิมพ์ไป รถส่ายไปส่ายมา บางครั้งเกิดอุบัติเหตุชนท้ายกัน เพียงเพราะกำลังแชทนี่เอง หรือร้ายแรงกว่าคือหากขับด้วยความเร็วสูงเช่นบนทางด่วน ความอันตรายก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีก

2. จับพวงมาลัยมือเดียว
การควบคุมรถโดยจับพวงมาลัยเพียงข้างเดียว มีโอกาสเสียการควบคุมรถได้ง่ายกว่า หากกำลังใช้ความเร็วสูงๆ แล้วต้องเข้าโค้ง หรือสภาพถนนที่ส่งผลให้รถเกิดเสียการทรงตัว การจับพวงมาลัยมือเดียวจะไม่สามารถควบคุมได้มั่นคงเท่ากับการจับทั้งสองมือ และตำแหน่งที่จับถูกต้องมากที่สุดคือ มือซ้ายที่ 9 นาฬิกา และมือขวาที่ 3 นาฬิกา

3. เปิดเพลงดัง
การเปิดเพลงดังเกินไป ส่งผลให้ผู้ขับไม่สามารถได้ยินเสียงผิดปกติของรถ หรือเสียงรถที่ขับมาใกล้ๆ หรือสัญญาณเตือนจากรถคันอื่นได้ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และการเปิดเพลงเสียงดังๆ เกินมาตรฐานยังสร้างความรำคาญให้แก่ผู้อื่นได้อีกด้วย

4. ถอดรองเท้า
การถอดรองเท้าขณะขับรถ แล้ววางรองเท้าไว้ใกล้ๆ ตัว ย่อมอันตรายกว่าใส่รองเท้าขับ เพราะรองเท้าที่เราถอดไว้อาจไหลเข้าไปติดใต้แป้นเบรก และเมื่อต้องการเหยียบเบรก จะติดรองเท้า ทำให้เบรกได้ไม่ลึก และไม่สามารถหยุดรถได้ ดังนั้นควรใส่ และเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับการขับรถเพื่อความปลอดภัยนะครับ
5. นั่งพับขาขึ้นหนึ่งข้าง
ปัจจุบันผู้ขับรถมักเลือกใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติเพื่อความสะดวกสบาย แต่บางคนก็คิดว่าเท้าซ้ายไม่ได้เหยียบคลัตช์ ประกอบกับรถติดนานอาจเมื่อยล้า จึงพับขาข้างซ้ายขึ้นเพื่อคลายเมื่อย แต่การนั่งลักษณะนี้มีผลให้ผู้ขับนั่งควบคุมรถไม่มั่นคง หากรถเกิดกระแทก ตกหลุมบ่อจนกระเด้งมากๆ อาจทำให้ควบคุมพวงมาลัยได้ไม่ดีนัก ควรหลีกเลี่ยงการนั่งลักษณะนี้เป็นดีที่สุด

6. ทานอาหาร
ผู้ใช้รถส่วนมากเป็นเวลาช่วงเช้า-เย็นตรงกับเวลารับประทานอาหาร และรถติดบนถนน บางคนตุนอาหารทานเล่นหรือทานจริงไว้ในรถ ระหว่างรถติดหยุดนิ่งก็รับประทานไปด้วย แต่มีบางคนขับไปกินไป จับพวงมาลัยมือเดียว บางครั้งปล่อยมือเพื่อหยิบอาหาร ซึ่งอันตรายมาก และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ หากจำเป็นก็ควรทานเมื่อรถจอดติดนานๆ และเห็นว่าปลอดภัยจะดีกว่า

7. หยิบของ
หลายคนอาจเคยเจอในขณะขับรถ และหยิบสิ่งของต่างทั้งซีดีเพลง ปากกา หยิบโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ บางครั้งหล่นลงพื้นในรถ ทำให้ต้องก้มหรือเอี้ยวตัวเพื่อเก็บสิ่งของ จนอาจเผลอปล่อยมือจากพวงมาลัย หรือละสายตาจากถนน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า 50%

8. แต่งหน้า
พฤติกรรมนี้พบเป็นประจำครับ แต่หากแต่งหน้าขณะรถจอดนิ่งติดสัญญาณไฟแดงก็ไม่น่าเป็นอะไร แต่หลายคนก็ขับไปแต่งหน้าพร้อมๆ กัน จนรถส่ายไปมา เสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุมากพอๆ กับการหยิบของที่ตกบนพื้นรถเลยทีเดียว

9. สูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ขณะขับรถนอกจากจะเป็นการทำร้ายปอดของคุณเองแล้ว ยังมีอัตรายกว่าคิดคุณคิด เพราะมือนึงจับพวงมาลัย-อีกมือคีบสุหรี่ส่งผลให้ความสามารถควบคุมรถนั้นลดลง (เทียบเท่าการถือโทรศัพท์และขับรถนั่นแหละ) เท่านั้นยังไม่พอต้องยื่นมือออกมานอกรถให้ควันออกสู่ด้านนอก เป็นอันตรายอาจถูกเฉี่ยวจากจักรยานยนต์หรือบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ และสิ่งสุดท้ายคุณๆ ที่สูบจนหนำใจแล้วก็ใช้ความมักง่ายทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น บางครั้งก็ใช้นิ้วดีดไกลๆ ให้พ้นรถตัวเอง จนบางทีรถที่ตามมาถูกก้นบุหรี่ของคุณกระเด็นใส่เต็มๆ เลิกเถอะครับอย่างน้อยก็ดับไฟและทิ้งในรถคุณเองดีกว่า เพื่อสังคมที่น่าอยู่

10. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
การที่ผู้ขับหรือผู้โดยสารไม่ขาดเข็มขัดนิรภัย อาจดูแล้วไม่น่ามีอันตรายร้ายแรงเมื่อใช้ความเร็วต่ำๆ แต่อุบัติเหตุมักเกิดได้เสมอไม่ว่าจากตัวเราหรือผู้อื่น เช่น จอดติดสัญญาณไฟแดงแล้วมีรถขับมาชนท้ายหากไม่ขาดเข็มขัดฯ ผู้โดยในรถมีโอกาสพุ่งกระแทกกับคอนโซลหรือกระจกบังลมหน้ารถได้ ดังนั้นไม่ควรประมาทนะครับ ขาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งก่อนออกรถดีที่สุด