รถรับจ้างขนของ การเช็คน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี

รถรับจ้างขนของ การเช็คน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี ก่อนที่เราจะขึ้นไปติดเครื่องและขับรถออกจากบ้านในแต่ละวันนั้น เราจะได้รับคำแนะนำให้ทำการตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถให้ดีเสียก่อน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อขับออกไปแล้วจะไม่มีปัญหา

ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ต้องตรวจกันเป็นประจำก็คือ ระดับหรือปริมาณของน้ำมันเครื่อง ต้องให้มันมีปริมาณเพียงพอ รถที่น้ำมันเครื่องแห้งอาจเกิดความเสียหายถึงขั้นต้องยอกเครื่องใหม่ เพราะน้ำมันเครื่องเป็นตัวป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวของเครื่องยนต์เสียดสีกัน และยังช่วยในการระบายความร้อนด้วย ดังนั้นจึงต้องการตรวจสัดเป็นประจำ ซึ่งหลายๆ คนก็คงทำอยู่เสมอ แต่… เชื่อไหมว่าวิธีการวัดส่วนมากทำผิด

วิธีการวัดน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

1. การวัดจะต้องทำขณะเครื่องยนต์ร้อน คือมีอุณหภูมิสูงเหมือนตอนใช้งานจริง วิธีการก็คือ ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที แล้วจึงวัด

2. การดูปริมาณหรือระดับน้ำมันจากเหล็กวัด ไม่ใช่ดูครั้งเดียว แต่เป็น 3 ครั้ง ครั้งแรกเช็ดเลยไม่ต้องดู ให้ดูครั้งสองและสาม เพื่อให้แน่ใจว่าปริมาณน้ำมันอยู่ในระดับไหนกันแน่

3. ให้สังเกตดูลักษณะความหนืดและสีของน้ำมันเครื่อง หากความหนืดต่ำ และมีสีเข้ม แสดงว่าน้ำมันเครื่องของเราเสื่อมคุณภาพ รีบตรวจดูระยะทางที่เราใช้งานไป อาจจะได้เวลาที่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่แล้ว

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง และอีกอย่างที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ การเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับชนิดของเครื่องยนต์และภาระที่เครื่องยนต์ต้องทำงาน ต้องเลือกให้ตรงชนิดเท่านั้น จึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด

ตรวจเช็คไฟเบรคง่ายๆด้วยตัวคุณเอง…

ไฟเบรคท้ายมีส่วน “สำคัญ” อย่างมากที่จะแจ้งให้ผู้ขับรถตามหลัง ทราบว่ารถคันหน้าทำการเบรค เพื่อชะลอ หรือ หยุดรถ บ่อยครั้งที่เจอรถคันหน้าทำการเบรคแล้วไฟเบรคท้ายไม่ติด หรือ ติดเพียงบางดวง ซึ่งอาจทำให้หลายๆตกใจขณะขับรถตามหลังแบบกระชั้นชิด ทน ยิ่งเป็นช่วงตอนกลางคืน ถือว่าอันตรายอย่างมาก ยิ่งไฟท้าย, ไฟหรี่ และไฟอื่นๆ ไม่ติดด้วย ยิ่งไปกันใหญ่เลย สาเหตุที่ทำให้ไฟเบรคไม่ติด ส่วนมากก็คือ หลอดไฟไส้ขาด อายุของหลอดไฟไม่สามารถระบุได้แน่นอนขึ้นอยู่กับการใช้งาน พฤติกรรมของผู้ใช้รถส่วนใหญ่ เวลาติดไฟแดง, บนสะพาน และอื่นๆ ชอบเหยียบเบรคค้างไว้ ซึ่งอาจจะทำให้อายุการใช้งานลดน้อยลง เพราะฉะนั้นรถจอดบนพื้นระดับที่เรียบ ควรเข้าเกียร์ว่างและเอาเท้าออกจากคันเหยียบเบรค เท่านั้นหลอดไฟของคุณก็จะใช้งานได้ยาวนานขึ้น

วิธีตรวจไฟเบรค

กรณีที่อยู่คนเดียว ให้หันท้ายรถเข้ากับกำแพง หรือ วัสดุที่สามารถเห็น สะท้อนได้ชัดเจน ทำการเหยียบเบรค แล้วมองดูว่าติดครบทุกดวงหรือไม่ ถ้าหลอดไฟหลอดหนึ่งขาดให้ทำการถอดเปลี่ยน

กรณีมี 2 คน ทำการเหยียบเบรค 1 คน อีก 1 คน อยู่ท้ายรถ เพื่อดูสถานะของไฟเบรค เช่นเดียวกับกรณีมีคนเดียว

การถอดเปลี่ยน ในแต่ละรุ่น แต่ละแบบ แตกต่างกันไป และต้องใช้ขนาดของหลอดที่เท่ากัน ถ้าต้องการเปลี่ยนหลอดไฟเบรคด้วยตนเอง โดยซื้อหามาใส่เอง ควรเลือกชนิดหลอดไฟที่มีขนาดและค่ากำหนดเท่ากัน มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบถึงส่วนอื่น เช่น ในรถยนต์ที่มีระบบ ABS ถ้าใช้หลอดไฟไม่เหมือนกัน จะทำให้ไฟโชว์ ABS ติดค้างได้

บางครั้ง หลอดไฟเบรคติดครบหมดทุกดวง แต่พอเปิดไฟหรี่ หรือ ไฟหน้า แล้วทำการเหยียบเบรค ไฟเบรคบางดวงเกิดดับไป แสดงว่า มีการขัดข้องเกิดขึ้น ส่วนนี้คงต้องให้ผู้ชำนาญงานตรวจสอบอีกครั้ง