รถรับจ้างขนของ ท่อไอเสีย “ซิ่ง” มีกี่แบบ

รถรับจ้างขนของ ท่อไอเสีย “ซิ่ง” มีกี่แบบ สำหรับการตกแต่งปรับปรุงเพียงเฉพาะส่วนของท่อไอเสียส่วนปลายเท่านั้น หม้อพักกลางและส่วนอื่นๆ ยังคงเดิม ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะเป็นวิธีการเปลี่ยนที่รวดเร็วง่ายดาย ส่วนปรับปรุงระบบไอเสียทั้งระบบนอกเหนือจากนี้จะไม่ขอเขียนถึงครับ เพราะว่าเป็นสูตรใครสูตรมันตามแต่ละสำนัก

ท่อไอเสีย “ซิ่ง” มีกี่แบบ?
โดยปกติแล้วชุดหม้อพักปลายหรือหม้อพักหลังหรือหม้อพักท้าย (แล้วแต่จะเรียกกันครับ) จะเป็นส่วนที่กักเก็บทั้งเสียง ระบบการไหลเวียนถ่ายเทของไอเสียจากเครื่องยนต์ ซึ่งรถยนต์ทั่วไปที่มาจากโรงงานผลิตมักจะใช้หม้อพักที่เก็บเสียงและให้กำลังและแรงบิดที่เหมาะสมในทุกย่านความเร็วตามขนาดความจุเครื่องยนต์, ระบบการดูดอากาศ-ธรรมดา/เทอร์โบ ซึ่งค่ายรถยนต์จะออกแบบโดยละเอียดมาแล้วเรียบร้อย เรียกว่าเห็นเสียงเงียบๆ แต่ฟาด (รถใส่ท่อผิดสูตร) เรียบมาแล้วนะครับ แต่ก็มีข้อจำกัดว่า ในแต่ละย่านความเร็วรอบ หรือกำลังเครื่องยนต์นั้น อาจมีบางช่วงที่กำลังหรืออัตราเร่งมาช้ารอรอบ พอกำลังมาก็หมดอย่างรวดเร็วหรือที่เรียกว่าปลายแผ่วนั่นเอง

จุดนี้เองที่เหล่าบรรดาเจ้าสำนักท่อซิ่งต่างๆ หันมาคิดค้นและผลิตชุดท่อไอเสียขึ้นมาเพื่อลบจุดด้อยนี่เสีย และถ้าเป็นสำนักแต่งดังๆ ทั้งฝรั่งหรือญี่ปุ่นส่วนมากจะออกแบบให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้นได้จริง แต่ไม่เกิน 10 – 15% (ในกรณีเปลี่ยนแค่หม้อพักปลายเท่านั้น) และสำนักต่างๆ ส่วนมากใช้การออกแบบที่ถูกต้องตามหลักการ พร้อมกับคำนวณอัตราการไหลไอเสียจากเครื่องยนต์, รถยนต์รุ่นต่อรุ่น จึงมีความน่าเชื่อถือและให้ประสิทธิภาพได้ดีในระดับหนึ่ง

วัสดุที่ใช้ทำมีอะไรบ้าง?

วัสดุที่นำมาใช้ทำหม้อพักมีหลายชนิด โดยทั่วไปที่อยู่ในท้องตลาดทั้งจะติดมากับโรงงานหรือจะขายตามร้านแต่งรถซิ่งและเชียงกงต่างก็มีด้วยกัน 4 ชนิด คือ

1. เหล็ก – เป็นวัสดุพื้นฐานที่ใช้กันในอุตสาหกรรมรถยนต์ก็ว่าได้ มีคุณสมบัติเหนียว แข็งแรง ขึ้นรูปง่าย ทนทานระดับหนึ่ง ราคาถูก ข้อเสียคือ น้ำหนักมาก มีอายุการใช้งานไม่นานนัก เป็นสนิมและผุได้ง่าย

2. สแตนเลส – นับเป็นวัสดุที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน มีคุณสมบัติ ทนทาน เหนียว ยืดหยุ่น ไม่เป็นสนิม พื้นผิวลื่นอากาศไหลผ่านได้ดี น้ำหนักเบา ขึ้นรูปง่าย ใช้เทคโนโลยีในการผลิตไม่สูงมากนัก ข้อเสียคือ ราคาค่อนข้างสูง ทนเกินไปไส้มักผุก่อนเสมอและจำเป็นต้องทิ้ง

3. ไทเทเนียม – ไม่ใช่วงดนตรีแต่มันคือโลหะชนิดหนึ่งที่ให้ความทนทานสูงสุด แข็งแรงที่สุดและน้ำหนักเบาที่สุดในสามโลกของหม้อพักไอเสีย มีผิววัสดุที่เรียบมากๆ และให้อากาศไหลลื่นมากเช่นกัน และที่สำคัญให้ความสวยหรูดี ดุดันสไตล์รถแข่งในสนาม หากใครใส่ท่อแบบนี้นับว่ามีอันจะกิน ข้อเสียคือ ราคาสูงมาก ต้องใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมสูง จึงต้องหาร้านท่อไอเสียที่มีความชำนาญมาก

4. คาร์บอน+ไทเทเนียม – เป็นการนำวัสดุคาร์บอนที่เหนียว ทนทาน น้ำหนักเบาหวิวมาทำเป็นส่วนของหม้อพักและผสานกับในส่วนอื่นๆ เช่น ปลายท่อด้วยไทเทเนียมหรืออาจเป็นสแตนเลส ซึ่งท่อแบบนี้มักเป็นชุดแต่งจากสำนักดังๆ ทางฝั่งญี่ปุ่น นิยมติดตั้งในซูเปอร์คาร์หรือรถแข่งในทีมค่ายรถต่างๆ เป็นต้น แต่ก็แอบปล่อยขายสู่ท้องตลาดทั่วไป ยั่วน้ำลายคนบ้าแต่งรถเล่นๆ ข้อเสียคือ ราคาสูงมากกว่าแบบไทเทเนียม ที่ต้องบวกค่าคิดค้นและออกแบบพร้อมด้วยใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่สูงมากๆ

ไซเรนเซอร์ หรือที่ลดเสียงดัง
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ใส่ครอบส่วนปลายของท่อเพื่อช่วยลดเสียงดังและยังช่วยให้มีความอั้น ซึ่งจะมีในบางรุ่นบางแบบเท่านั้น เพื่อผู้ที่ชอบเสียงดังของท่อแบบไส้ตรงแต่ก็ต้องการอัตราเร่งที่ดี เพราะไซเรนเซอร์นอกจากจะช่วยลดเสียงดังได้แล้วยังช่วยลดการไหลออกของไอเสีย คล้ายๆ กั๊กเอาไว้ไม่ให้ระบายออกเร็วเกินไปนั่นเองครับ โดยเฉพาะรถเกียร์อัตโนมัติเหมาะอย่างยิ่ง

แบบของหม้อพัก

หม้อพักปลายในท้องตลาดทั้งเก่าใหม่ แบรนด์ดังหรือจะร้านตีท่อห้องแถว มักมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ 1) หม้อพักไส้วนหรือย้อน 2) หม้อพักไส้เยี้อง 3) หม้อพักไส้ตรง

1. หม้อพักไส้วน หรือย้อน
หม้อพักแบบนี้ มักเป็นแบบมาตรฐานจากโรงงาน เพื่อความเงียบเรียบร้อย ทางสำนักแต่งต่างๆ ก็ไม่นิ่งนอนใจจัดหม้อพักไส้ย้อนพร้อมออกแบบระบบไหลเวียนที่ดีขึ้น ใช้ใส่แทนใบเดิมเพิ่มอัตราเร่งได้อีกนิดนึง แต่ได้ความสวยงามยามเมื่อพบเห็น เสริมความหล่อให้บั้นท้ายรถได้มากขึ้น

หม้อพักไส้ย้อนเป็นการออกแบบปากทางเข้าของไอเสีย (จากหม้อพักกลางเดิมๆ ติดรถ) เข้าสู่ด้านในโดยการทำให้อากาศวนไปวนมาหลายรอบหลายชั้น จะด้วยการใช้แผ่นกั้นและเจาะรู หรือจะใช้ไปป์เหล็กวางสลับกันภายในหม้อพักให้ไอเสียวนเข้า-ออกท่อเหล่านั้นก็ตาม ล้วนเป็นการทำให้ไอเสียวนมากที่สุดและซับเสียงด้วยใยแก้วหรือวัสดุที่เก็บเสียงเพื่อให้เงียบ สำหรับท่อซิ่งแบบไส้ย้อนนั้น จะพิเศษกว่าท่อเดิมจากโรงงานตรงที่การออกแบบการไหลวนภายในหม้อพักจะไหลลื่นขึ้น หรือโล่งกว่าเดิมนั่นเอง จึงทำให้การคายไอเสียเร็วขึ้น และให้มีอัตราเร่งไวขึ้น วิธีดูง่ายๆ คือ มองจากทางเข้าจะมืดมองไม่เห็นทางออก และส่วนมากจะมีขนาดใหญ่

หม้อพักไส้ย้อนเหมาะกับรถที่ต้องการอัตราเร่งดีขึ้นกว่าเดิม แต่คงการเก็บเสียงที่ดีใกล้เคียงเดิม ใช้ได้ทั้งเครื่องยนต์เกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ

2. หม้อพักไส้เยื้อง
หม้อพักไส้เยี้องหรือไส้ทแยงนั้น ที่จริงก็อยู่ในรูปแบบของไส้วนหรือย้อน เป็นการออกแบบให้ปากทางเข้าอยู่ซีกหนึ่ง โดยท่อด้านในจะต่อเอียงออกไปซีกหนึ่งของฝั่งทางออก โดยยังคงผ่านระบบเก็บเสียงและใยแก้วที่มากคล้ายไส้ย้อน เช่น ปากทางเข้าไอเสียอยู่ซีกขวาและไอเสียออกมาทางซีกซ้ายของอีกฝั่งหนึ่ง

หม้อพักไส้เยี้อง เหมาะกับรถที่ต้องการอัตราเร่งมากขึ้นอีกระดับ แต่ก็ขอเก็บเสียงได้เล็กน้อย ซึ่งหม้อพักแบบนี้จะเริ่มมีเสียงดังกว่าท่อย้อน ขึ้นกับขนาดความกว้าง, ยาว, และขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อด้วย ซึ่งหมายความว่ายิ่งใหญ่ยิ่งดังนั่นเอง และใช้ได้ทั้งเครื่องยนต์เกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัตินับว่าระบบท่อไอเสียแบบนี้เหมาะสมมากที่สุด เนื่องจากเครื่องยนต์ต้องการแรงบิดในรอบต่ำมากเป็นพิเศษในการชดเชยกำลังที่สูญเสียไปกับระบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ในเกียร์อัตโนมัติและควรคายไอเสียที่ไม่เร็วเกินไปหรืออั้นเอาไว้บ้าง เพื่อให้อัตราเร่งที่ดีขึ้นและต่อเนื่อง
สรุปว่า ท่อไส้เยี้องเหมาะกับเกียร์อัตโนมัติ เพราะต้องอั้นไว้บ้างอย่าโล่งจนเกินไป ส่วนเกียร์ธรรมดานั้นใส่ได้โลดไม่มีปัญหาครับ

3. หม้อพักไส้ตรง
หม้อพักไส้ตรงนับเป็นสิ่งที่หลายคนชอบมากๆ เพราะให้เสียงดุดันดังสนั่นลั่นทุ่งดีจริงๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า การที่ท่อไอเสียโล่งเกินไปก็ไม่จำเป็นว่าจะแรงเสมอไป หม้อพักไส้ตรงเป็นการออกแบบให้ปากทางเข้าหม้อพักเข้าทางไหนออกฝั่งตรงข้ามทันที โดยสามารถมองจากท่อทางเข้าทะลุทางออกได้ เรียกว่าท่อตรงนั่นเอง แต่ก็ไม่ลืมใช้วัสดุซับเสียงบุเอาไว้รอบๆ ท่อด้านในเป็นการเก็บเสียงได้บ้าง ขึ้นกับขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางท่อและขนาดตัวหม้อพัก แต่อย่างไรก็ตามเสียงก็ยังดังอยู่ดีนั่นแหละ

หม้อพักไส้ตรงเหมาะกับรถที่ต้องการความดัง ความมันในการลากรอบ และอัตราเร่งที่มาไวมากขึ้น โดยจะเหมาะที่สุดกับเครื่องยนต์เกียร์ธรรมดามากกว่าเกียร์อัตโนมัติ แต่อย่าลืมกฎที่ว่าโล่งเกินไปก็ไม่ดีนะครับ เครื่องยนต์ดูดอากาศเข้าไม่ทัน โดยมีวิธีดูง่ายๆ คือ มองเข้าไปจะมองทะลุเห็นอีกด้าน
เกียร์อัตโนมัติไม่ต้องน้อยใจ… สำหรับเกียร์อัตโนมัตินั้นก็สามารถใช้หม้อพักไส้ตรงได้ ขึ้นกับการออกแบบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อเหล็กและต้องเหมาะสมกับความจุเครื่องยนต์ด้วย รวมถึงหากมีรุ่นที่ให้ชุดเก็บเสียงหรือไซเรนเซอร์มากก็ยิ่งดีครับ สรุปว่า ท่อไส้ตรงเหมาะกับเกียร์ธรรมดามากที่สุด

นอกเหนือจากการเลือกหม้อพักต่างๆ แล้ว สิ่งที่มีส่วนในการเพิ่ม-ลดประสิทธิภาพการการคายไอเสียยังมีอีกหลายปัจจัย เช่น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไปป์หรือเหล็กที่ใช้ทำท่อ, ขนาดกว้าง x ยาวของหม้อพัก, ความจุเครื่องยนต์ และอุณหภูมิของไอเสียก็มีผล ถ้าหม้อพักช่วยลดอุณหภูมิได้มากอากาศก็จะหดตัวและไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น

ส่วนใครที่โมดิฟายเครื่องยนต์ในจุดอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ไส้กรองเปลือย หรือขยับสเต็ปไปทำแคมชาฟต์ นั้นก็ต้องเลือกระบบคายไอเสียให้เหมาะสมตามไปด้วยนะ

อีกกรณีหนึ่งสำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ ส่วนมากแล้วในสเต็ปใช้งานทั่วๆไป ใช้หม้อพักแบบใดก็ได้ตามความชอบ แต่ถ้าเน้นซิ่งหรืออัตราเร่งที่ไหลลื่นขึ้นมักนิยม “ยิ่งสด” หรือท่อเปล่า ไม่ใส่หม้อพักปลายจึงให้เสียงที่ค่อนข้างดัง แต่ก็นับว่ายังเบากว่าเครื่องยนต์ NA ใส่ท่อไส้ตรงอยู่ดีนะครับ เพราะโข่งหลังเทอร์โบจะช่วยเก็บเสียงได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่แนะนำอย่างยิ่งครับ ให้หาชุดหม้อพักไส้ตรงสักใบ และใส่แคตทาไลติกคอนเวอร์เตอร์ช่วยกรองอากาศเสียให้สะอาดขึ้น และลดมลพิษดีกว่า